decoration decoration decoration
decoration
leaf leaf leaf leaf leaf
decoration decoration

ดื่มน้ำมะนาวล้างพิษกำจัดสิวได้

เป็นความจริงที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการป้องกันและรักษาสิว อีกทั้งกำจัดสิ่งสกปรกหรือสารพิษที่ค้างอยู่ในร่างกายให้ออกหมด คุณทราบไหมว่าการดื่มน้ำมะนาวนั้นเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมันสามารถขับล้างสารพิษจากตับได้ ทำให้คุณมีแรงสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและกระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

กรณีใครที่ต้องการรักษาสิว การดื่มน้ำมะนาวก็สามารถป้องกันและช่วยในการรักษาสิวจากภายในได้เช่นเดียวกัน เพราะมะนาวมีวิตามินซี โพแทสเซียม จะทำหน้าที่ล้างสารพิษจากภายในร่างกายให้สะอาด นอกจากยังเป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณแล้ว ยังช่วยในเรื่องกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยลดอาการท้องผูก กำจัดนิ่วในไตและตับอ่อนได้ด้วย สำหรับใครที่เริ่มสนใจอยากหันมาดื่มน้ำมะนาวบ้างแล้ว เราแนะนำเลยค่ะกับวิธีการผสมในอัตราส่วนแต่ละสูตรดังนี้

สูตรที่ 1 ดื่มน้ำมะนาวระหว่างวัน
ใช้น้ำมะนาว 1 ผล โดยบีบใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมน้ำเปล่าอีกประมาณ 2 ถ้วย (ถ้วยละ 8 ออนซ์) แล้วเก็บไว้ดื่มได้ตลอดทั้งวันค่ะ

สูตรที่ 2 ดื่มน้ำมะนาวล้างพิษในตอนเช้า
ใช้น้ำมะนาว 1 ผล บีบผสมกับน้ำอุ่นที่ต้มแล้ว 1 ถ้วย (8 ออนซ์) ให้ตื่นนอนตอนเช้าแล้วดื่มน้ำมะนาวนี้เป็นเครื่อมดื่มแรกเลย หลังจากดื่มน้ำมะนาวสูตรนี้แล้ว งดดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ และรับประทานอาหารใดๆ หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง เพราะน้ำมะนาวจะทำหน้าที่กำจัดสารพิษตกค้างให้ออกมาทางการขับถ่ายนั่นเอง

หมายเหตุ : ได้มีการทดลองสำหรับการดื่มน้ำมะนาวทั้ง 2 สูตรพร้อมกับการแต้มน้ำมะนาวลงบนผิวหน้า การทดลองพบว่าภายใน 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นสภาพผิวดีขึ้นและสิวก็ลดลงจนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

 

สิวอักเสบคืออะไร

เพราะผิวพรรณเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจดูแลไม่แพ้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากการรักษาใส่ใจสุขภาพในส่วนอื่นๆ แล้ว ผิวที่มีสิวเกิดขึ้นเราก็ต้องทำการรับมือป้องกันและดูแลมันไปพร้อมกัน สำหรับหลายคนที่เจอปัญหาสิวกวนใจ คุณอาจจะต้องทำความรู้จักเรื่องสิวเอาไว้บ้างพร้อมทั้งศึกษาวิธีการดูแลตัวเองหรือรักษาตัวเองในยามที่เกิดสิวเพื่อป้องกันไม่ให้สิวยิ่งลุกลามรุนแรงต่อไปค่ะ และในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับสิวอักเสบกันค่ะ

สิวอักเสบ (Inflammatory ance หรือ Papulopustular acne) คือสิวอุดตัน (Comedone) ติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Propionibacteriu m acne( P.acne) แล้วปล่อยเอนไซม์ที่เข้าไปกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบลุกลามมากขึ้น ความรุนแรงของอาการจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งแล้วแต่ปริมาณเชื้อและขนาดของสิวอุดตัน หากใครเป็นสิวอักเสบแล้วจึงควรดูแลตัวเองและสภาพผิวอย่างถูกต้องเพื่อลดการอักเสบและลดสาเหตุของการเกิดแผลเป็นด้วย

สิวอักเสบจะมีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดนูนแดงบวมๆ มีทั้งลักษณะเม็ดเล็กและเม็ดใหญ่ ในบางครั้งสามารถมองเห็นหนองบริเวณหัวสิว ที่เราเรียกกันว่า “สิวหนอง” กรณีที่สิวอักเสบได้รับการติดเชื้อและอักเสบลุกลามมากจนขยายขนาดเป็นหัวสิวที่มีหนองใหญ่ เราจะเรียกกันว่า “สิวหัวช้าง”

วิธีดูแลสิวไม่ให้ลุกลามรุนแรง
1.
ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นเท่านั้น นอกจากคุณเล่นกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่ออย่างการออกกำลังกายซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็ควรล้างหน้าทำความสะอาดใบหน้าเหมือนกัน โดยให้เลือกใช้สบู่หรือโพมล้างหน้าชนิดอ่อนโยน ใช้ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบวนไปมาอย่างเบามือ และไม่ควรสัมผัสไปโดนหัวสิวเพราะอาจจะยิ่งกระตุ้นให้สิวอักเสบลุกลามมากขึ้น

2.ทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรเลือกทานอาหารที่ให้คุณค่าครบถ้วน ลดอาหารจำพวกไขมัน ของทอดๆ ลง เพราะอาจจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวได้ อีกทั้งการเน้นทานผักผลไม้และดื่มน้ำมากๆ เป็นอีกกระบวนการขับล้างสารพิษในร่างกาย วิตามินและเกลือแร่จะช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวพรรณกระจ่างสดใส รอยแผลจากสิวก็จะลดเลือนได้เร็วขึ้น

3.ทำใจให้สบาย นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนอื่นคุณควรทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย ไม่เครียดกังวลกับสิ่งใด แล้วปรับเวลาเข้านอนโดยไม่นอนดึกจนเกินไป ควรเข้านอนเร็วและตื่นเช้า และที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อจิตใจสงบ ไม่เครียดกังวล สภาพใจดี สภาพกายก็ย่อมดีขึ้นตามแน่นอน และผิวก็ย่อมเปล่งปลั่งนับเป็นอีกกระบวนการป้องกันสิวที่ดีเลยทีเดียว

3 วิธีการดูแลผิวเพื่อไม่ให้สิวลุกลามขึ้นง่ายๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการรักษาความสะอาดนั่นเอง ดังนั้น ดูแลตัวเองในแบบที่เราแนะนำไป รับรองผิวใสกิ๊ง ไร้ปัญหาสิวกวนใจแน่นอนค่ะ

 

ประเภทของสิวอุดตันและสิวอักเสบ

สิว (Acne) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ดังนี้
1. สิวไม่อักเสบหรือสิวอุดตัน (Comedone)
เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน ลักษณะของสิวจะเป็นเม็ดตุ่มเล็กๆ ซึ่งสามารถแบ่งได้ 2 ชนิดหลักคือ สิวหัวปิด หรือสิวหัวขาว (White head) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หัวสิวสีขาว สิวชนิดนี้เกิดจากการอุดตันสะสมในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน แต่ท่อจะเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนสิวหัวสิวปิดจะมีขนาดใหญ่จะเป็นอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน อีกทั้งประมาณ 75% ของสิวประเภทนี้ มักมีโอกาสกลายไปเป็นสิวอักเสบต่อไป

สิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ (Black head)
ลักษณะสิวจะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ ที่มีหัวสีดำอยู่ตรงกึ่งกลาง ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ จุดสีดำนี้เป็นกลุ่มเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมทั้งไขมันและเชื้อ P.acnes ซึ่งจะอุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันในผิว

  1. 2. สิวอักเสบ (Inflammatory acne)
    เป็นสิวที่เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัว (Comedone) ซึ่งมีการติดเชื้อแบคทีเรีย (BACTERIA) ขึ้นมาแบบแทรกซ้อน ลักษณะเม็ดสิวจะบวมแดงหรือบริเวณหัวสิวจะเป็นหนอง ต่อมาอาจกลายเป็นถุงซีสต์ที่เรียกกันว่า “สิวหัวช้าง” อีกทั้งยังสามารถแบ่งออกได้ด้วยกันหลายชนิด ดังนี้

สิวตุ่มนูนแดง (Papule) โดยปกติ ร้อยละ 50 สิวชนิดนี้ มักเป็นสิวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 25% มักเกิดได้จากสิวหัวปิดและอีก 25% เกิดจากสิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (microcomedone), 25% เกิดจากสิวหัวปิด และอีก 25% มีลักษณะเป็นสิวหัวเปิด

สิวหนอง (Pustule) มีทั้งลักษณะสิวแบบตื้นแบบลึก หากเป็นสิวหนองแบบตื้นจะหายเร็วกว่าชนิดที่เป็นตุ่มนูนแดงแข็งๆ ส่วนสิวหนองแบบลึกมักจะพบได้น้อยกว่าอีกทั้งยังพบได้กับผู้ที่มีอาการสิวค่อนข้างรุนแรง

สิวอักเสบแดงที่มีลักษณะก้อนลึก (Nodule)  ลักษณะสิวมีขนาด 8 มม.ขึ้นไป ใช้เวลานานถึง 8 สัปดาห์กว่าจะหาย อีกทั้งยังมักทิ้งรอยแผลเป็นบนใบหน้าอีกด้วย

สิวแบบถุงซีสต์ใต้ผิวหนัง (Cyst) ลักษณะเป็นถุงสิวขนาดใหญ่อยู่ใต้ผิวหนัง มีหนองหรือสารเหลวๆ คล้ายเนยอยู่ภายใน และเชื้อโรคต่างๆ ที่หลั่งมารวมตัวกันจนเกิดเป็นสิวเม็ดใหญ่ สิวชนิดนี้เมื่อหายแล้วมักทิ้งร่องรอยแผลเป็นเอาไว้เสมอ

สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) เป็นสิวที่พบได้บ่อยมากเพราะเกิดขึ้นได้ง่ายบริเวณจมูก คาง ลำตัวบริเวณส่วนบน ต้นแขนและหลังในส่วนบริเวณกระดูกสะบัก ทางการแพทย์ไม่ได้จัดว่าสิวประเภทนี้เป็นสิวเสี้ยน แต่เป็นเพราะมักเกิดขึ้นบริเวณที่เกิดสิวเสี้ยน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มักก่อให้หลายคนหมดความมั่นใจในเรื่องความงามได้พอๆ กันกับสิวทั่วไปเลยทีเดียว

สิวเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม เราก็ควรดูแลใส่ใจรักษาความสะอาดให้ดี ควรหลีกเลี่ยงการแกะ บีบเม็ดสิว หรือไม่ควรเอามือไปจับบริเวณที่เป็นสิวเด็ดขาด ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนอย่างเพียงพอและระวังเรื่องของการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบน้ำมันอันเป็นสาเหตุให้สิวยิ่งลุกลามรุนแรง เท่านี้ก็เป็นการดูแลสิวในแบบพื้นฐานที่ดีแล้วค่ะ

สาเหตุและปัจจัยของการสิว

  1. เกิดได้จากกรรมพันธุ์
    หลายคนอาจจะไม่มีใครคาดคิดว่ากรรมพันธุ์ก็มีส่วนทำให้เกิดสิวได้แท้จริงเหรอ แต่ๆ จริงการเกิดสิวแบบรุนแรงหรือเยอะทั้งที่คุณก็ดูแลตัวเองดีแล้วนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะกรรมพันธุ์เป็นอีกสาเหตุเช่นกันค่ะ
  2. เกิดได้จากการแพ้อาหาร
    อาหารที่ประกอบด้วยไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารทอดๆ มันๆ หรือขนมหวาน ช็อกโกแลต บางคนกินแล้วแพ้มีสิวขึ้นได้ทันทีเช่นกันค่ะ
  3. เกิดได้จากสภาพอากาศรอบตัว
    บางคนแพ้อาการเย็นแห้งๆ แพ้แสงแดด เป็นต้น ซึ่งสภาพแวดล้อมรอบตัวเราเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่เราต้องพึงป้องกันเช่นกัน
  4. เกิดได้จากภาวะความเครียด
    เพราะความเครียดส่งผลให้การไหลเวียนเลือดเป็นไปปกติ ทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานไม่สมดุล ต่อมไขมันอาจผลิตไขมันมากเกินปกติจนกลายเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลง ร่างกายย่อมติดเชื้อโรคง่ายและเชื้อยังเจริญเติบโตง่ายขึ้นอีกด้วย
  5. เกิดได้จากระดับฮอร์โมนในร่างกาย
    ระดับฮอร์โมนเพศในช่วงก่อนมีประจำเดือนจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากขึ้น เป็นเหตุให้ต่อมไขมันระบายไขมันออกมาไม่ทัน นี่จึงเป็นสาเหตุง่ายๆ ของการเกิดสิวในขณะที่สาวๆ มักจะมีประจำเดือนอีกทั้งเชื้อโรคก็มีโอกาสเจริญเติบโตและสะสมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
  6. เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
    ไม่ว่าจะเป็นครีม เครื่องสำอางหรือแป้งที่เราทาปกติทุกวันก็ตาม ก็ย่อมเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนทำให้ไขมันไม่สามารถระบายตัวออกมาได้ และส่วนประกอบบางชนิดอย่างน้ำมันที่มาพร้อมครีมบำรุงผิวก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการอุดตันและการสะสมสิ่งสกปรกในรูขุมขนจนเกิดเป็นสิวได้

ทำความรู้จักสิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำกันเถอะ

ปัญหาสิวบนใบหน้าไม่มีใครอยากให้เกิดกันหรอก แต่หากมันเกิดขึ้นแล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ หากไม่ใช่วิธีการรับมือดูแลรักษา นอกจากนี้ การเกิดสิวล้วนมีที่มาที่ไปแตกต่างกัน เพราะสิวแต่ละประเภทนั้นไม่เหมือนกัน เราจึงต้องทำความรู้จักสิวแต่ละชนิดกันเอาไว้บ้างเพื่อรับมือป้องกันได้ถูก และในวันนี้เราก็จะพาคุณมาทำความรู้จักสิวหัวดำหรือสิวเสี้ยนกันค่ะ

สิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำ (Blackheads)
สิวเสี้ยนจะมีลักษณะเป็นจุดหรือเส้นดำๆ ตรงแถวปากรูขุมขน บริเวณที่พบเห็นได้ชัดคือ จมูก แก้มสองข้างบริเวรใกล้กับจมูก คางและหลัง สำหรับสิวเสี้ยนเราสามารถแบ่งแยกออกได้เป็น 2 ชนิดคือ

  1. 1. สิวชนิดหัวขาว สิวประเภทนี้จะเป็นไขสีขาวๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำมันที่ออกมาตามธรรมชาติของผิวที่เราเรียกกันว่า “ซิบัม” จะสะสมและเกิดการแข็งตัวภายในรูขุมขนและรวมตับกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วจนเกิดการอุดตัน หากสิ่งสกปรกมีปริมาณมากส่วนหัวที่เป็นสีดำก็จะเกิดขึ้นมาก
  2. 2. สิวชนิดหัวดำ สิวประเภทนี้เกิดจากขนอุยเส้นเล็กๆ มองด้วยตาเปล่าอาจไม่เห็น นอกจากส่องด้วยแว่นขยายจะพบเห็นขนอ่อนจำนวนมากประมาณ 5-50 เส้นปนอยู่ร่วมในรูขุมขนเดียวกัน สิวเสี้ยนประเภทนี้เมื่อเกิดขึ้นบนใบหน้าแล้วจะทำให้เกิดรูขุมขนกว้างและส่งผลให้ใบหน้าเกิดเป็นจุดด่างดำในเวลาต่อมา

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวเสี้ยน
1. สภาพผิวหน้า ในช่วงที่ฮอร์โมนเพศของร่างกายมีระดับสูงขึ้นก็จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นจนกลายเป็นสาเหตุของการเกิดสิว สำหรับคนผิวมันก็จะเกิดสิวเสี้ยนในแบบประเภทแรกขึ้น แต่ใครที่มีผิวธรรมดาแต่มีขนมากก็อาจเกิดสิวเสี้ยนในแบบประเภทที่สองขึ้นได้

  1. 2. รบกวนผิวมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าและเช็ดผิวในแบบถูแรงๆ การนวดหน้า ขัดหน้ารุนแรงเกินไป พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการรบกวนรูขุมขนของผิวหรือต่อมไขมันนั่นเอง ทำให้รูขุมขนหรือรากขนแตกออกจนกลายเป็นสาเหตุของการเกิดขนคุดภายใต้ผิวได้เช่นกัน

เมื่อทราบแล้วว่าสิวเสี้ยนและสิวหัวดำคืออะไร มีปัจจัยหรือสาเหตุของการเกิดจากสิ่งใดบ้าง จากนี้หนุ่มๆ สาวๆ ก็ควรหาวิธีป้องกันและรับมือปัญหาสิวกันให้ถูกต้องต่อไปนะคะ

ผิวสวยหน้าใสไร้สิวด้วยขมิ้นชัน

ขมิ้นชันเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อผิวพรรณคนเรามากมาย โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาสิวกวนใจ คุณทราบไหมว่าในขมิ้นชันนั้นมีคุณสมบัติช่วยในการฆ่าเชื้อแบคเรีย หยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อได้อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกันกับ Tea Tree oil เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผิวให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วย

โดยปกติแล้ว คนไทยเราสมัยโบราณนิยมใช้ผงขมิ้นชันทาตัวหลังอาบน้ำจนกระทั่งปัจจุบันก็ได้มีการนำขมิ้นชันไปสกัดเป็นผงและนำมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เชื่อกันว่าขมิ้นชันนอกจากมีสรรพคุณทางสมุนไพรโดยช่วยลดอาการผดผื่นคัน ลดอาการอักเสบในผิวและรักษาสิวได้แล้วยังช่วยให้ผิวพรรณนวลเนียนผุดผ่องขึ้นอีกด้วยเมื่อสาวๆ หมั่นใช้เป็นประจำ ทุกวันนี้เราจึงมักจะเห็นสาวๆ ที่เป็นกูรูด้านความสวยความงามมักนำเอาสูตรเด็ดผิวสวยจากขมิ้นชันมาเป็นหนึ่งในการเติมอาหารบำรุงผิวด้วยกันทั้งนั้น และวันนี้เราก็มีสูตรเด็ดพิชิตผิวสวย ไร้สิวด้วยส่วนผสมจากขมิ้นชันมาฝากเช่นกันค่ะ

สูตรรักษาสิวด้วยขมิ้นสด
ส่วนผสม
ขมิ้นสด (เล็กน้อย) ดินสอพอง 2-3 เม็ดและมะนาว 1 ผล
วิธีทำ
ล้างขมิ้นสดให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำมาปั่นรวมกันกับน้ำมะนาวและดินสอพองให้ได้ส่วนผสมที่เป็นเนื้อครีมเดียวกัน โดยนำส่วนผสมนี้มาใช้ก่อนนอนด้วยการพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด คุณจะสัมผัสได้ถึงใบหน้าที่สดชื่นและกระชับเต่งตึงขึ้น หากทำเป็นประจำ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ จะสังเกตได้ถึงใบหน้าที่เนียนกระจ่างใส สภาพผิวที่มีสิวจะดีขึ้นสิวยุบอีกทั้งรอยสิวยังจางลง ช่วยป้องกันการติดเชื้ออันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ และกรด AHA จากน้ำมะนาวจะทำหน้าที่ช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว รับรองได้ว่าผิวหน้าของคุณจะขาวกระจ่างใสจนใครก็ต้องทักแน่นอนค่ะ

 

ดูแลรักษาความสะอาดผิวให้ถูกวิธีป้องกันสิวได้

ปัญหาสิวเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศและทุกวัยเลยทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงวัยรุ่นเท่านั้นที่จะต้องเกิดสิว เพราะแม้แต่วัยผู้ใหญ่เองก็สามารถมีสิวได้เช่นกัน โดยส่วนมากผู้ใหญ่มักจะเผชิญปัญหาสิวอันเกิดจากความเครียดและสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขน ซึ่งปัจจัยอันหลังนี้เองที่ทุกคนมักจะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ดังนั้น เรามาดูแลรักษาความสะอาดผิวอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันสิวกันเถอะ

22

1.เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะสมกับสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นสบู่ โฟมหรือเจลล้างหน้า คุณควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดาและผิวผสม เพราะคุณสมบัติในผลิตภัณฑ์บางชนิดส่งผลต่อผิวที่แตกต่างกันไป

2.ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง คือช่วงเวลาเช้าและเย็นเท่านั้น โดยควรเลือกสบู่หรือคลีนเซอร์ที่มีความอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดแล้วซับผิวอย่างเบามือด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่ม อีกทั้งไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปเพราะผิวหน้าจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ค่ะ

3.หากใช้คลีนเซอร์ล้างหน้าก็ควรล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดหมดจน เพื่อไม่ให้ทิ้งคราบหรือสารตกค้างในรูขุมขน การล้างที่ถูกต้องควรล้างไล่ขึ้นไปยังบริเวณโคนผม เพื่อล้างคราบน้ำมันและชำระคราบสิ่งสกปรกให้หลุดออก คนที่มีปัญหาผมมันควรสระผมทุกวันจะดีที่สุด

4.หากในระหว่างวันคุณมีกิจกรรมที่อาจทำให้เหงื่อออกมาก แนะนำให้หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมเหล่านั้นแล้ว ควรล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น

5.ในขณะที่เป็นสิวอยู่ ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทสครับขัดผิวหรือสบู่ที่มีกรดค่อนข้างแรง เพราะนอกจากไม่ทำให้สิวหายเร็วแล้ว ยังทำให้ผิวยิ่งระคายเคืองและเป็นสาเหตุให้สิวอักเสบลุกลามขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

6.สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันมาก อาจต้องใช้โลชั่นเช็ดหน้าหรืออาจทานยากลุ่มประเภท Retionoids หรือยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันบนใบหน้าค่ะ

 

 

↼ Previous Page

- PAGE 2 OF 2 -

loading
×